ยินดีต้อนรับเข้าสู่ my blog blog นี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนรายวิชาอินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวันของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

16 กันยายน 2554

5 อาหารที่ทำให้อารมณ์ดี

        
ถึงแม้ว่าคุณจะไม่อาการอารมณ์เสียแต่อย่างใดแต่ถ้าหากอยากให้ตัวเองเป็นคนดูอารมณ์ดีตลอดวันก็ลองมาหา อาหารที่ทำให้อารมณ์ดี กันดีกว่านะค่ะ ด้วย อาหารที่ทําให้อารมณ์ดี นี้นอกจากจะทำให้คุณคนอารมณ์แล้วใน อาหารที่ทําให้อารมณ์ดี นี้ยังช่วยรักษาสุขภาพของคุณให้แข็งแรง ไม่โรคภัยมาเบียดเบียนอีกด้วยค่ะ และที่สำคัญอาหารที่ทําให้อารมณ์ดีนี้ยังทำให้จิตแจ่มใสอีกด้วยนะค่ะ 
 
5 อาหารที่ทำให้อารมณ์ดี
 
1. ปลาแซลมอนและปลาแมคเคอเรล อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีการวิจัยยืนยันว่า หากขาดกรดไขมันชนิดนี้จะไปสู่อาการซึมเศร้าได้
 
2. น้ำมันคาโนลา (Canola Oil) คนที่มีอาการซึมเศร้ามักจะมีระดับวิตามินอีต่ำซึ่งน้ำมันคาโนลาสามารถทดแทนได้เพราะมีวิตามินอีสูงมาก อาจใช้น้ำมันคาโนลาปรุงอาหารแทนน้ำมันพืชก็ได้แต่ไม่ควรทานเกินวันละ 2 ช้อนโต๊ะ เพราะจะทำให้อ้วนได้
 
3. ผักโขม ผักใบเขียวอย่างผักโขมมีโฟเลตสูงซึ่งโฟเลตมีส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างเซโรโทนิน ลองหันมากินสลัดผักโขมแทนสลัดผักกาดหอมทั่วไป เวลาอารมณ์ไม่ดีก็ช่วยได้
 
4. ถั่วชิกพี หรือถั่วหัวช้าง (Chick Pea) มีโฟเลตและวิตามินอีสูง นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ ธาตุเหล็ก โปรตีนสูง แต่ไขมันต่ำ เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์
 
5. ไก่และไก่งวง มีวิตามินบี 6 สูง ซึ่งเป็นสารอาหารอีกชนิดที่มีส่วนสำคัญในการผลิตเซโรโทนิน นอกจากนี้ไก่และไก่งวงยังอุดมด้วยเซเลเนียม วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญ
 
ถ้าใครอยากอารมณ์ดี ลองหันมาทานอาหารที่แนะนำกันดู

ขอบคุณที่มาจาก : http://www.108health.com/108health/topic_detail.php?mtopic_id=1688&sub_id=98&ref_main_id=4

เผย 5 เคล็ด(ไม่)ลับเลือกอาหารเพื่อสุขภาพตามช่วงอายุ


         ปัจจุบันการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพในชีวิตประจำวัน เช่น บริโภคผักและผลไม้เป็นประจำทุกวัน โดยเลือกผักและผลไม้ที่มีสีต่างๆกัน
ทำให้ร่างกายได้รับเส้นใยอาหารแลพไฟโตเคมิคัลที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านออกซิแดนท์ เช่น ไลโคฟีนในมะเขือเทศ แคโรทีนอยด์ในแครอท และคลอโรฟิลด์ในผักใบเขียว สารออกซิแดนท์เป็นสาเหตุของการแก่ก่อนวัยและการเกิดโรคภัยต่างๆ ความนิยมบริโภคถั่วเหลือง แหล่งโปรตีนจากพืชซึ่งปลอดภัยมากกว่าโปรตีนจากสัตว์ และการบริโภคน้ำมันพืชมีกรดไขมันจำเป็น พบมากในน้ำมันมะกอก รำข้าว ทานตะวัน และน้ำมันงา โดยเฉพาะการได้รับวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ปัจจุบันน้ำมันพืชเข้ามามีบทบาทต่อผู้รักสุขภาพอย่างขาดไม่ได้
 
เคล็ดไม่ลับ 5 วิธีการเลือกอาหารเพื่อสุขภาพตามช่วงอายุ
 
การรู้จักเลือกรับประทานอาหารไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องสุขภาพเท่านั้น หากยังเอื้อต่อความสวยความงามอีกด้วย ความจริงการเลือกอาหารให้เหมาะสมตามช่วงวัยก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้สุขภาพดีได้ เพราะในแต่ละช่วงอายุมีความแตกต่างกันในด้านพัฒนาการของร่างกายและลักษณะการดำเนินชีวิต วันนี้จึงขอเสนอเรื่องราวของอาหารที่เกี่ยวข้องกับช่วงอายุทั้ง 4 ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใดที่คุณจะลองทำตาม
 
วัยที่ขึ้นต้นด้วยเลข 2 ช่วงอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป เป็นช่วงที่ร่างกายมีการพัฒนาและเติบโตเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน และเป็นวัยที่ใช้ชีวิตอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ยิ่งมีการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันมากเท่าไร ร่างกายก็ยิ่งเผาผลาญและใช้พลังงานมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ควรเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม โดยเลือกรับประทานจำพวกเนื้อสัตว์และถั่วต่างๆ รวมถึงข้าวและแป้งมากเป็น
อันดับหนึ่ง ตามด้วยผักผลไม้เป็นอันดับสอง ส่วนนมและอาหารทดแทนแคลเซียมต่างๆ เช่น เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม ตามมาเป็นอันดับสาม และให้ความสำคัญของไขมันเป็น อันดับสุดท้าย ปลาเป็นอาหารสมองที่ช่วยรักษาผนังเซลล์ประสาทในสมองให้แข็งแรง ไม่หลงลืมอะไรง่ายๆ ผักสีเขียวอย่างผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักคะน้า ถั่วฝักยาว ช่วยบำรุงสายตา สร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ผักผลไม้สีเหลืองอย่างกล้วยหอมก็ถือเป็นผลไม้คลายเครียดชนิดหนึ่ง
 
วัยที่ขึ้นต้นด้วยเลข 3 อายุขึ้นเลข 3 หลายคนเริ่มตกใจกลัว แต่การรู้จักเลือกรับประทานจะทำให้ผู้อื่นไม่สามารถเดาอายุคุณจากรูปร่างหน้าตาได้เลย ในช่วงเริ่มวัยผู้ใหญ่ความต้องการพลังงานยังคงอยู่ เพราะเป็นช่วงชีวิตของการทำงาน แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องของไขมันและโคเลสเตอรอลที่จะส่งผลกระทบกับรูปร่างหน้าตาภายนอกที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายในอนาคตด้วย เพราะการรับประทานอาหารที่มีไขมันหรือโคเลสเตอรอลสูง เช่น หมูสามชั้น เนยแข็ง กะทิ เนยเทียม เป็นต้น จะสร้างปัญหาให้หลอดเลือดและหัวใจ แต่คุณสามารถเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยลดไขมันและโคเลสเตอรอล เช่น ปลาทะเล ช่วยลดความดันโลหิต พวกถั่วเมล็ดแห้งอย่างถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ และมีโปรตีนสูงเพื่อให้พลังงานแทนสัตว์ใหญ่ได้อีก อาหารจำพวกข้าว ธัญพืชไม่ขัดสี อย่างข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท มีใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มท้องนานและส่งผลดีต่อระบบลำไส้
 
วัยที่ขึ้นต้นด้วยเลข 4 วัยทองถูกเรียกแทนวัย 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากสภาพร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะผู้หญิง ส่วนผู้ชายวัยนี้ก็จะเริ่มมีโรคต่างๆที่ไม่เคยออกอาการ ซึ่งเรียกกันว่าเป็น “วิถีทางธรรมชาติ” แต่ทั้งนี้การชะลอวัยหรือป้องกันโรคต่างๆที่มากับวัยไม่ได้ยุ่งยากเกินกว่าที่เราจะทำได้ สำหรับช่วงวัยนี้ความต้องการพลังงานจะลดลง แต่ความต้องการแคลเซียมและวิตามินต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งจะได้รับจากผักผลไม้ที่มีกากใยอาหารสูง แล้วยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีจากอาหารที่หารับประทานได้ง่าย เช่น ส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ แคนตาลูป ส่วนอาหารที่มีวิตามินอี ได้แก่ น้ำมันพืช เนยถั่ว ถั่วลิสง อัลมอนด์ นอกจากนี้ควรรับประทานเต้าหู้ โปรตีนไขมันต่ำ ซึ่งให้แคลเซียมมากกว่าเนื้อสัตว์อย่างอื่น แต่ไม่ควรลืมหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นตัวเร่งความแก่ให้เร็วขึ้น เช่น อาหารไขมันสูง ประเภททอดกรอบหรือผัดน้ำมันมากๆ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มกาเฟอีนทั้งหลาย
 
วัยที่ขึ้นต้นด้วยเลข 5 การก้าวเข้าสู่ช่วงวัย 50 เป็นต้นไป นั้นไม่ได้ส่งผลต่อร่างกายอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจด้วย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวัยนี้คุณควรเข้าใจการทำงานของร่างกายที่มีประสิทธิภาพลดลง โดยเฉพาะระบบการย่อยการดูดซึมอาหาร ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารบางอย่าง ช่วงนี้คุณอาจไม่รู้สึกกระหายน้ำเท่าไหร่ แต่ควรดื่มน้ำให้สม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว เพื่อป้องกันการขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว ควรรับประทานคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลงและพยายามเลือกชนิดไม่ขัดสี เน้นอาหารจำพวกปลาเพื่อไม่ให้ขาดโปรตีน ที่สำคัญคือเป็นเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย
 
วัยนี้จะพบปัญหากระดูกเปราะ กระดูกพรุนอย่างชัดเจน ดังนั้น ควรได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ อาหารแคลเซียมสูงอยู่ในนม โยเกิร์ตชนิดครีม เนยแข็ง หรือแม้แต่ปลาตัวเล็กตัวน้อย พวกผักใบเขียวก็มี เช่น คะน้า กวางตุ้ง และบรอกโคลี จะช่วยลดปัญหาเรื่องกระดูกให้รุนแรงน้อยลง การแก้ไขภาวะขาดน้ำอาจให้ดื่มน้ำสมุนไพร เช่น กระเจี๊ยบ เก๊กฮวย น้ำใบเตย นอกเหนือจากน้ำเปล่า เพราะช่วยบรรเทาโรคบางอย่างและให้ประโยชน์กว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน
 
สิ่งสำคัญไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัยใดควรดูแลเรื่องการกินอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นโรคหรือไม่ก็ตาม เพราะคนส่วนใหญ่มักจะดูแลตัวเองเมื่อพบว่าตัวเองมีโรคหรือมีปัญหาสุขภาพแล้วเท่านั้น นอกจากนี้การเพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวระหว่างวันให้มาก ทำบ่อยๆจนติดเป็นนิสัย จะช่วยให้สุขภาพดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประโยชน์ด้านระบบการไหลเวียนเลือด ควบคุมน้ำหนักตัว และลดความเครียดของร่างกายได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.108health.com/108health/topic_detail.php?mtopic_id=1647&sub_id=98&ref_main_id=4

อาหาร..ยาวิเศษเพิ่มพลังสมองและการกินเพื่อชะลอความแก่


     สมอง เป็นอวัยวะที่มีโครงสร้างซับซ้อน ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายในแทบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว ระบบประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น การได้ยิน การมองเห็น การรับรู้กลิ่นและรส เป็นต้น


นอกจากนี้สมองยังมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก การเรียนรู้ และความจำ สมองประกอบด้วยเซลล์ประสาท (neuron) จำนวนมากกว่าแสนล้านเซลล์ที่มีแขนงประสาท (neuronal processes) งอกออกมา ประสานกันเป็นร่างแหเพื่อใช้ในการติดต่อและส่งสัญญาณประสาท โดยมีอัตราความเร็วของการส่งสัญญาณตั้งแต่ 0.5-120 เมตร/วินาที เชื่อว่าเซลล์ประสาทจะมีจำนวนคงที่เมื่อแรกคลอด แต่การงอกของแขนงประสาทจะเพิ่มขึ้นได้หลังจากมีการกระตุ้นจากการเรียนรู้และได้รับสารอาหารที่เหมาะสม ทำให้สามารถส่งสัญญาณประสาทได้เร็วขึ้น และมีการติดต่อประสานงานที่ต่อเนื่องครอบคลุม สมองจึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นปัจจัยที่บ่งบอกถึงความฉลาดและสติปัญญาได้


กินเพื่่อชะลอความแก่


     ไม่มีใครอยากแก่..  แต่จะทำอย่างไรให้แก่ช้านั้นมันขึ้นอยู่กับเราค่ะ งั้นเรามากินเพื่อชะลอความชราที่กำลังจะมากันดีกว่านะคะ

1. ปลา ควรเป็นอาหารมื้อหลัก ยิ่งเป็นปลาทะเลน้ำลึกยิ่งดีค่ะ
2. กระเทียม มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก แต่ถ้าใครยี้กระเทียม เดี๋ยวนี้มีทั้งกระเทียมสกัดเป็นแคปซูล และแบบเม็ดให้เลือกกันค่ะ
3. ชา ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ ชาอูล่ง ก็มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เพียงแค่ดื่มชาเขียวให้ได้วันละ 4 ถ้วยก็ใช้ได้แล้วค่ะ
4. ผักและผลไม้ ควรสรรหามากินให้ครบทุกมื้อ เพราะนอกจากจะมีวิตามินสูงแล้วก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอีกเช่นกันค่ะ
5. ถั่วต่างๆ หรืออาหารที่ทำจากถั่ว เช่น เต้าหู้ ล้วนแล้วแต่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และดีกับวัยหมดประจำเดือนอีกด้วยค่ะ

มีสิ่งที่ควรกินก็ต้องมีสิ่งที่ควรเลี่ยงด้วยนะคะ
- เครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ หากดื่มมากๆ มันจะไปทำลายทุกระบบของร่ายกายค่ะ
- ไขมันอิ่มตัว ไม่มีประโยชน์แน่ค่ะ แต่สำหรับคนที่ชอบกินพึงระวังไว้ว่า ทุกคำที่กินคือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและโรคร้ายที่จะตามมา
- เนื้อสัตว์ เลือกกินที่ปรุงโดยการต้ม ตุ๋น และไม่กินส่วนที่เป็นมัน หรือถ้างดได้ก็งดไปเลยค่ะ


ขอบคุณที่มาจาก : http://www.108health.com/108health/topic_detail.php?mtopic_id=551&sub_id=15&ref_main_id=4

ผัก ผลไม้กินง่ายๆ ดีต่อสุขภาพ


         ใครว่าอาหารที่จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพจะเป็นผักผลไม้ ที่มีรสชาติไม่น่ารับประทานเท่านั้น
ผัก ผลไม้ที่ทานง่ายได้ประโยชน์ต่อสุขภาพก็มีเยอะค่ะ วันนี้ 108 Health ผลไม้ของโปรดมาฝากกันค่ัะ

การเลือกรับประทานผักและผลไม้เป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่เพราะการทานให้ครบทั้ง 5 หมู่เท่านั้น แต่การทานผัก ผลไม้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก ผักและผลไม้ที่ใกล้ๆตัว สามารถเลือกทานได้ทุกวันอย่างนี้ มีประโยชน์กับสุขภาพครบด้านเลยล่ะคะ หันมาดูแลสุขภาพ ความสวยงาม ลองมาเลือกทานผัก ผลไม้เพื่อสุขภาพกันดีกว่า

 ถั่วดำ มีสารอาหารมากมายทั้ง ทริปโตแฟน สารตั้งต้นการผลิตสารแห่งความสุข (Serotonin) แอนโทไซยานิน ป้องกันไม่ให้ผิวเหี่ยวย่นก่อนวัย ดีต่อสุขภาพผิวของสาวๆอย่างเห็นได้ชัด เรื่องสุขภาพโรคภัย สามารถลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง  ที่ช่วยต้านโรคภัยร้ายแรงอย่าง มะเร็ง ป้องกันเลือดจางและช่วยขับสารพิษ ทั้งยังให้โปรตีนเหมือนเนื้อสัตว์ แนะนำการบริโภคถั่วดำวันละถ้วย จะช่วยให้ร่างกายได้รับปริมาณโฟเลทมากถึงครึ่งหนึ่งของที่ร่างกายต้องการ 

 กะหล่ำดาว (Brussels Sprout)  ผักพื้นๆที่เราหาทานได้เพื่อสุขภาพ เพราะมันอุดมด้วยวิตามิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินซี ที่ช่วยเรื่องสุขภาพ อย่างเช่น โรคภูมิต้านทาน โรคมะเร็ง และเรื่องความสวยความงามของสาว เพราะเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวพรรณด้วยค่ะ

 กีวี ผลไม้จากแดนไกล ที่สามรถหาซื้อได้ง่ายๆตามห้างสรรพสินค้าได้ค่ะ เพราะมันมีประโยชน์ต่อสุขภาพสุดๆ เพราะกีวีที่ให้วิตามินซีสูงกว่าส้ม และยังมีวิตามินอีช่วยต้านอนุมูลอิสระและบำรุงสุขภาพผิวพรรณให้เรียบเนียน มีผลวิจัย ระบุว่า การรับประทานกีวีวันละ 2 ผลนานหนึ่งเดือน จะช่วยลดเส้นเลือดขอด และลดไขมันร้ายที่ทำลายสุขภาพอย่าง ไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดได้ถึงร้อยละ 15 

• แตงโม ผลไม้ดับร้อน แตงโมหวานชื่นใจ ที่ทานได้ทุกวัน อย่างแตงโม ก็มีประโยชน์เพื่อสุขภาพมากเช่นกัน เพราะแตงโมก็คือแหล่งสำคัญของแคโรทีนอยด์ ในเรื่องสุขภาพช่วยบำรุงหลอดเลือดและระบบไหลเวียนเลือด ส่วนเรื่องลดน้ำหนัก เชื่อหรือไม่ว่า แตงโมหวาถ้วยให้พลังงานเพียง 46 แคลอรี แต่มีน้ำมากถึงร้อยละ 92 ดังนั้นเป็นเมนูดับกระหายสำหรับสาวๆที่ควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดีค่ะ
ขอบคุณที่มาจาก : http://www.108health.com/108health/topic_detail.php?mtopic_id=1364&sub_id=15&ref_main_id=4